บทที่1 "พระธรรมกัณฑ์พิเศษ" ที่สมเด็จพระสังฆราช (ญาณ) ทรงเทศน์ถวายในหลวง ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

Book Tech
โดย วีระวัฒน์ ชลสวัสดิ์ วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บทที่1 "พระธรรมกัณฑ์พิเศษ" ที่สมเด็จพระสังฆราช (ญาณ) ทรงเทศน์ถวายในหลวง ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

“สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” (เจริญ สุวัฑฒโน) พระสังฆราชองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้รับการยอมรับจากคณะสงฆ์ว่า ทรงเป็นทั้งนักปริยัติที่เป็นพหูสูตและนักปฏิบัติที่เคร่งครัด  ท่านศึกษาการปฏิบัติสมถภาวนาจากพระป่ากรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น และมีความสนิทสนมกับพระอาจารย์ทั้งหลายนั้นเป็นอย่างดี 



พระอริยเจ้าที่สมเด็จพระญาณสังวรฯ เคยเสด็จไปปฏิบัติธรรมด้วยมีหลายองค์  เช่น  หลวงปู่แหวน สุจิณโณ  หลวงปู่ขาว อนาลโย  หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี  หลวงปู่ดูลย์ อตุโล  หลวงปู่ฝั้น อาจาโร  และหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

 

ในการเสด็จไปศึกษาธรรมปฏิบัติครั้งนั้น สมเด็จพระญาณสังวรฯ เสด็จไปตั้งแต่ยังไม่ทรงดำรงตำแหน่งพระสังฆราช  และต่อมา ถึงแม้ว่าเมื่อสมเด็จพระญาณสังวรฯ ได้ทรงดำรงตำแหน่งพระราชาคณะ มีสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระญาณสังวรฯ แล้ว ท่านก็ยังคงเสด็จไปปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดป่าสายพระอาจารย์มั่นอยู่เช่นเดิม 


เช่น  เมื่อครั้งที่สมเด็จพระญาณสังวรฯ ทรงมีพระชนมายุ ๖๐ พรรษาเศษ ท่านได้ไปปฏิบัติสมถภาวนาอยู่ที่วัดถ้ำขาม อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร กับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร และทรงปฏิบัติตามแบบอย่างของพระป่าอย่างเคร่งครัด  นอกจากนี้ ยังทรงถือ “ธุดงควัตร” ข้อ “ฉันเพียงมื้อเดียว” (เอกาสนิกังคะ) ตามปฏิปทาของพระป่ากรรมฐานมาโดยตลอด

 

‘พระมงคลวิเสสกถา’ พระธรรมเทศนาหน้าพระที่นั่ง ปี พ.ศ. ๒๕๔๐

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีความผูกพันกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะทรงเคยเป็น “พระอภิบาล” หรือ “พระพี่เลี้ยง” (ขณะที่ยังดำรงตำแหน่งสมณศักดิ์ชั้นพระราชาคณะชั้นเทพ ชื่อตามสมณศักดิ์คือ “พระโศภณคณาภรณ์”) ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกผนวชเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๙

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ก่อนหน้าที่สมเด็จพระญาณสังวรฯ จะทรงดำรงตำแหน่งพระสังฆราช ซึ่งในช่วงเวลานั้นยังคงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระราชาคณะอยู่  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระญาณสังวรฯ รับพระราชทานถวาย “พระมงคลวิเสสกถา” ซึ่งเป็นพระธรรมเทศนาหน้าพระที่นั่งในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๕

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สมเด็จพระญาณสังวรฯ จึงทรงทำหน้าที่รับพระราชทานถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์พิเศษนี้เป็นประจำเรื่อยมา จนเมื่อมีสุขภาพไม่เอื้ออำนวยจึงไม่ได้รับพระราชทานถวายพระธรรมเทศนาในพระราชพิธีนี้อีก

 


พระธรรมเทศนาในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา

ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง

วันเสาร์ที่ ๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๐

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

รับพระราชทานถวาย 

 

...  “ขันติ” เป็นประธาน เป็นเหตุแห่งคุณ คือ ศีลและสมาธิ  กุศลธรรมทั้งปวงย่อมเจริญเพราะขันติเท่านั้น

ขันติเป็นธรรมเครื่องทำให้งามคู่กับ “โสรัจจะ” ซึ่งเป็นธรรมเครื่องทำให้งามเช่นกัน  ขันติเป็นความอดทน โสรัจจะเป็นความเสงี่ยม  ผู้มีขันติ ความอดทน และมีโสรัจจะ ความเสงี่ยม นั้นเป็นผู้งาม  ธรรมสำคัญสองประการนี้เป็นที่ปรากฏเด่นชัดในสมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้าตลอดมา

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพระชนม์ชีพมากมายเกินกว่าจะนำมารับพระราชทานกล่าวถึงได้หมดสิ้น  แต่ย่อมเป็นที่ประทับจับใจทุกผู้ที่ได้รับรู้รับเห็นทั้งปวง  บางเหตุการณ์ก็หนักหนาใหญ่หลวงยิ่งนัก ยากที่ผู้ใดจักรับได้อย่างมีความอดทน ด้วยขันติมั่นคง มิได้ปรากฏความหวั่นไหวให้เป็นที่รู้เห็น เช่นที่สมเด็จพระบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้าทรงรับได้ตลอดมา

พระขันติธรรมที่เลิศล้ำนักหนาปรากฏแก่สายตาแก่จิตใจพสกนิกรไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินทั้งปวง  ยิ่งวัน พระขันติธรรมยิ่งใหญ่หลวงพ้นพรรณนา

วิกฤตการณ์บ้านเมืองที่พากันวิตกกังวลไปทุกหนทุกแห่งจนปรากฏเป็นความชุลมุนวุ่นวาย หวาดกลัว ไม่กล้าเผชิญชีวิตต่อไป ก็มีอยู่ไม่น้อย  เหตุเพราะขันติความอดทนไม่เพียงพอที่จะรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนว่าจะเป็นอยู่ช้านานเพียงใด

วิกฤตการณ์นี้ที่ประกาศรับรองพระขันติธรรมล้ำเลิศเป็นอัศจรรย์แห่งสมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า พระผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐแท้จริง ทรงสงบนิ่งด้วยพระขันติธรรมและพระโสรัจจธรรม  ขณะที่แทบทุกผู้ทุกคนกล่าวโทษใครต่อใครว่าเป็นเหตุ จนแทบไม่เหลือคนดีที่ไม่ถูกกล่าวโทษจากคำของผู้นั้นบ้าง ผู้นี้บ้าง  ขณะที่ทรงสงบอยู่อย่างงดงามยิ่ง ทั้งที่ประจักษ์แก่ใจไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินทั้งปวงว่า ทรงมีพระราชหฤทัยเป็นห่วงพสกนิกรอย่างยากจะประมาณได้

ขันติเป็นประธาน คือ ขันติเป็นใหญ่ เป็นเหตุนำ  และสิ่งที่ขันตินำให้เกิดคือ “ศีล” และ “สมาธิ” อันเป็นคุณทั้งสองประการ  ศีลก็ตาม สมาธิก็ตาม จักไม่เกิดจากความไม่อดทนหรือไม่มีขันติ

ขันติทำให้ยับยั้งการทำลายชีวิต เพราะอดทนได้ต่อความยั่วทางอารมณ์ เช่น ความโกรธ ความปรารถนา ต้องการที่จะผิดศีลธรรมอย่างรุนแรง จนถึงอาจจะทำลายชีวิตกันได้เพียงเพื่อให้สมปรารถนา

ขันติทำให้รักษาศีลข้อ ๒ ได้  ศีลข้อ ๒ คือ เว้นจากการถือเอาของที่ไม่ใช่ของตน  เมื่อความปรารถนาต้องการเกิดขึ้น แม้ไม่มีขันติความอดทนเพียงพอก็ยอมละเมิดศีลข้อ ๒

ขันติทำให้รักษาศีลข้อ ๓ คือ เว้นจากการประพฤติผิดประเวณี  ก็มีเหตุผลเช่นเดียวกันว่า รักษาศีลข้อนี้ไม่ได้ แม้ไม่รู้จักอดทนต่อความใคร่ความปรารถนาที่ผิดศีลผิดธรรม  ต้องมีขันติ อดทนต่อความใคร่ความปรารถนาที่ผิดศีลผิดธรรมได้ จึงจะรักษาศีลข้อ ๓ ได้

ขันติทำให้รักษาศีลข้อ ๔ ได้ คือ  มีความอดทน เอาชนะความรู้สึกที่อยากจะพูดความไม่จริงเพื่อทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดได้ จึงจะรักษาศีลข้อ ๔ ได้  ทุกคนอาจจะมีเวลาต้องการบิดเบือนความจริงบางอย่างเพื่อประโยชน์ของตน  แต่ถ้าอดทน สามารถเอาชนะความต้องการนั้นได้ ก็จะรักษาศีลข้อ ๔ ได้ ได้เป็นผู้มีวาจาสัตย์ ซึ่งเป็นที่สรรเสริญของบัณฑิตทั้งปวง

และขันติทำให้รักษาศีลข้อ ๕ ได้  ผู้ที่เสพของเมาคือผู้ที่ไม่สามารถอดทนเอาชนะความรู้สึกที่ต้องการอารมณ์มึนเมาได้ จึงไม่สามารถรักษาศีลข้อ ๕ ได้  แม้จะเคยได้รับรู้รสชาติของสิ่งมอมเมามาก่อน เคยรู้สึกเป็นสุขกับความเคลิบเคลิ้มที่เกิดแต่อำนาจของสิ่งเสพติดทั้งหลาย แต่ถ้ามีขันติเกิดขึ้น เอาชนะความปรารถนาต้องการจะได้รับอารมณ์มึนเมาได้ ก็จะสามารถรักษาศีลข้อ ๕ ได้ เลิกละการเสพสิ่งมอมเมาทั้งหลายได้

ผู้มีขันติ อดทนได้ เอาชนะความโกรธ ความปรารถนาต้องการที่ผิดศีลธรรม ความใคร่ ความมีเจตนาให้เกิดความเข้าใจผิดจากความจริง และความต้องการเคลิบเคลิ้มมึนเมาได้ จักเป็นผู้มีศีลได้และมีสมาธิได้ เพราะใจที่มีศีลสะอาดนั้นเป็นใจที่สมาธิเกิดง่าย จึงเป็นใจที่มีสมาธิได้

ผู้มีศีล มีสมาธิ ย่อมเป็นผู้ที่สามารถยังกุศลธรรมคือความดีทั้งปวงให้เจริญได้  ท่านจึงแสดงไว้ว่า กุศลธรรมย่อมเจริญเพราะขันติเท่านั้น

สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้าทรงทำพระคุณได้ใหญ่หลวง เกินความสามารถ เกินความเข้าใจของคนทั้งหลายทั้งนั้น นั่นเป็นเพราะทรงพร้อมด้วยศีล ด้วยสมาธิ อันเกิดแต่ทรงบริบูรณ์ด้วยพระขันติธรรมสม่ำเสมอ ทั้งเพิ่มพูนยิ่งขึ้นตามกาลเวลา ตามความทรงพระเจริญแห่งพระชนมายุกาล

เหตุการณ์แรงร้าย น่าประหวั่นพรั่นพรึงเพียงใด มิอาจเอาชนะพระขันติธรรมได้ ดังปรากฏประจักษ์แจ้งชัดแล้วในปัจจุบัน  วิกฤตการณ์เลวร้ายนักหนาหาอาจยังความเศร้าหมองให้เกิดแก่ศีล สมาธิ กุศลธรรมใดๆ ในพระราชหฤทัยได้  ...

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง