Karate Kid ในถิ่นสยาม (ต่อ) : สุวินัย ภรณวลัย

ข่าว
โดย ไญยิกา อธิคุปต์ธนวัฒ วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561
Karate Kid ในถิ่นสยาม (ต่อ) : สุวินัย ภรณวลัย

เย็นวันที่ 20 กันยายน 2018 ณ สวนมังกรฟ้า กรุงเทพฯ

ขณะที่ผมกำลังนั่งบำเพ็ญลมปราณกรรมฐานอยู่ใน 'ถ้ำคอนเทนเนอร์' ที่สวนมังกรฟ้า อยู่ดีๆ ฟ้าก็ผ่าลงมาดังเปรี้ยงเสียงดังมากไม่ไกลจากบริเวณที่ผมนั่งกรรมฐานเท่าไรนัก

ไม่มีอาการสะดุ้งผวาเกิดขึ้นกับผม เพียงแต่ตอนฟ้าร้องครั้งแรกทำให้ร่างกายท่อนบนของผมมีปฏิกิริยาเล็กน้อยเท่านั้นเอง แต่หลังจากนั้น ฟ้าก็ผ่าลงมาอีกสี่ครั้งในเวลาไล่เลี่ยกันเสียงดังมาก คราวนี้ ผมอยู่ในสภาพสงบนิ่งโดยสมบูรณ์ในกรรมฐานของผม ฝนกระหน่ำตกลงมาห่าใหญ่ ลมก็พัดกระโชกแรง แต่ใจผมในขณะนั้นกลับผ่อนคลายอย่างสิ้นเชิง

ทุกครั้งที่ผมออกจาก'ถ้ำคอนเทนเนอร์'แห่งนี้หลังออกจากกรรมฐาน ผมรู้สึกถึงความสดใหม่ทุกครั้งเมื่อมองออกไปรอบตัว นี่เป็นโลกที่เงียบสงบและวิเวก ราวกับเป็นอีกโลกหนึ่งต่างหากที่ต่างจากโลกข้างนอก ทั้งๆที่ต่างก็อยู่ในกรุงเทพฯ เหมือนกัน จะว่าไปแล้วสวนมังกรฟ้าที่อยู่ริมคลองแห่งนี้ อยู่ห่างจากซอยทองหล่อแค่ 4 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

 

ช่วงนี้ คนเดือนตุลาที่ผมรู้จักทยอยล้มป่วยหรือตายจากไปทีละคน แต่ละคนโลดแล่นในบทบาทชีวิตต่างกัน
และโลกก็จดจำพวกเขาต่างกันด้วย

หากผมต้องจากโลกนี้ไปในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า โลกจะจดจำผมหรือไม่และจะจดจำอย่างไร
กล่าวตามตรง ผมไม่เคยใส่ใจตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วว่าต้องการให้โลกจดจำผมหรือไม่และจดจำอย่างไร

สิ่งที่ผมให้ความสำคัญยิ่งกว่า คือผมจดจำตัวเองในอดีตตั้งแต่วัยเยาว์อย่างไรต่างหาก

*****

อาจารย์คาราเต้ของผมได้เรียกรุ่นน้องของท่านคนหนึ่งซึ่งอายุราวๆยี่สิบปีเศษ ร่างกายล่ำสัน เป็นหนุ่มเต็มตัวให้มาประลองกับเด็กอายุ 14 อย่างผม ผมต้องประลองฝีมือกับ 'ศิษย์พี่'คนนี้สามครั้งต่างวาระด้วยกัน

ในครั้งแรกผมได้เปรียบด้านทำเล เพราะพื้นของสำนักผมเป็นหินขัดซึ่งค่อนข้างลื่นมากสำหรับคนที่ไม่เคยฝึกในห้องนี้อย่างศิษย์พี่คนนี้ของผม ผมจึงสามารถเตะกวาดขาให้เขาล้มลง ชิงความได้เปรียบหลายครั้ง

แต่ในการประลองครั้งที่สองกับศิษย์พี่คนเดิม สถานการณ์ได้ต่างออกไปแล้ว ผมไม่ได้เปรียบทางทำเลอีก ผมเสียเปรียบเขาทั้งรูปร่าง น้ำหนัก แรงประทะและความแข็งแกร่งของร่างกาย มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมประสานแข้งกับเขา ปรากฏว่าผมได้รับความเจ็บปวดค่อนข้างมากทีเดียว

เมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้ ผมจึงต้องแสร้งทำเป็นอ่อนแรงและถอยหลังกรูดเพื่อล่อให้เขาตายใจ ถลาเข้ามารุกซ้ำ ผมใช้จังหวะนั้นหมุนตัวเตะกลับหลังด้วยท่า Back Kick หรือจระเข้าฟาดหาง ส้นเท้าขวาของผมโดนที่ลิ้นปี่ของเขาอย่างจัง ในช่วงสามวินาทีแรกภายหลังโดนเตะดูเหมือนเขาจะยังไม่เป็นอะไร แต่แล้วจู่ๆเข่าทั้งสองข้างของเขาก็ทรุดลง รู้สึกแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก อาจารย์สั่งให้ยุติการประลองตรงนั้น

ไม่มีความรู้สึกลิงโลดใจในชัยชนะที่เกิดขึ้นกับผมเลย ผมมีแต่ความโล่งอกที่การประลองผ่านไปได้ ตรงกันข้ามผมกลับรู้สึกหนักใจที่จะต้องประลองกับศิษย์พี่คนนี้อีก เพราะผมรู้ดีว่าโอกาสที่ผมจะชนะเขาได้อีกนั้นมีน้อยเต็มที ผมเสียเปรียบเขาในทุกๆด้าน ครั้งนี้ที่ผมชนะได้ก็เพราะเขาประมาทไปเท่านั้นเอง

เพราะฉะนั้น ในการประลองครั้งที่สาม ผมจึงยึดหลักประคองตัวให้รอดและไม่ให้ถูกโค่นเท่านั้น โดยผมเป็นฝ่ายถูกไล่เตะไปรอบๆเวทีประลองโดยไม่พยายามปะทะและพยายามเจ็บตัวให้น้อยที่สุดจนกว่าการประลองจะยุติเท่านั้น

 

หลังจากนั้นไม่นาน ในที่สุดวันนั้นก็มาถึงและเป็นวันที่ผมหวาดหวั่นมาโดยตลอด เย็นวันนั้นอาจารย์สั่งให้ผมอยู่ที่สำนักเพียงลำพังหลังจากที่ลูกศิษย์คนอื่นกลับกันหมดแล้ว ผมรู้ได้โดยสัญชาตญาณของ "หมาป่า" ทันทีว่า อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น ผมยอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้น ไปยืนตรงหน้าท่านอาจารย์ โค้งคำนับท่าน แล้วตั้งท่าเตรียมประลอง

ถูกแล้ว ท่านอาจารย์คือคู่ประลองคนสุดท้ายของผมในสำนักนี้ !

ที่ผ่านมาเวลาผมออกไปประลองฝีมือหรือ Free Sparring กับศิษย์ในสำนักรุ่นเดียวกัน ผมไม่เคยแพ้ใครและไม่เคยถูกใครโค่น สิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวที่ค้ำจุนความทระนงของผมเอาไว้ให้อยู่ในสำนักต่อไปเพื่อชนะใจอาจารย์ แต่อาจารย์กลับมองว่าผมกำลังเหลิมและลืมตัว ท่านจึงคิดจะสั่งสอนผมด้วยการออกมาเป็นคู่ประลองของผม

แน่นอนว่า ชั้นเชิงลวดลายต่างๆของผมที่เคยใช้ได้ผลกับศิษย์รุ่นเดียวกัน มันไม่อาจใช้กับอาจารย์ได้เลย ผมถูกอาจารย์ไล่ต้อนจนตัวเกือบติดกำแพง ผมพยายามเบนตัวออกทางด้านซ้ายแต่ไม่ทัน Back Kick หรือจระเข้ฟาดหางของท่านอาจารย์ฟาดโดนกลางอกผมพอดี ตัวผมปลิวกระเด็นออกไป ศีรษะฟาดกับเบาะสลบเหมือดตรงนั้นเอง

นี่คือความพ่ายแพ้ครั้งแรกในการประลองของผมโดยอาจารย์ของผมเอง ผมถูกโค่นจนล้มลงด้วยน้ำมืออาจารย์ของผมเอง

คุณค่าของคนเรามิใช่อยู่ที่การไม่เคยถูกโค่น แต่อยู่ที่ว่าหลังจากถูกโค่นแล้วยังกล้าที่จะลุกขึ้นมายืนหยัดอีกครั้งอย่างทระนงองอาจได้หรือไม่

 


หลังจากฟื้นจากสลบ ผมจำอะไรไม่ได้อยู่พักหนึ่งเพราะสมองได้รับความกระทบกระเทือนชั่วคราว ครูใหญ่พอทราบเรื่องท่านโวยวายใหญ่ เพราะในสายตาของท่าน ผมเป็นเด็กดีตั้งใจเรียนและเด็กเรียนเก่งของห้อง
ผมถูกสั่งห้ามไปฝึกคาราเต้ชั่วคราว ต้องกลับไปใช้ชีวิตเด็กเรียนอย่างเดียวเหมือนแต่ก่อน แต่จากนั้นไม่นาน ผมต้องประลองกับ "อันธพาล"ในห้องเรียนของผมเอง

เรื่องมีอยู่ว่า อันธพาลคนนี้ซึ่งเป็นเด็กเกเรสูงโย่งของห้อง และเคยฝึกคาราเต้ที่สำนักพร้อมๆกับผมแต่ฝึกได้แค่เดือนเดียวก็เลิก อยู่ดีๆก็มานั่งข้างหลังผมแล้วใช้ปากกาลูกลื่นเขียนใส่ด้านหลังของเสื้อนักเรียนสีขาวของผม

เรื่องที่ผมประลองกับอาจารย์แล้วถูกเตะสลบเหมือดคาสำนักจนครูใหญ่ออกมาโวยวายเป็นที่ซุบซิบกันในหมู่นักเรียนทั้งโรงเรียน ช่วงนั้นผมจิตตก ผมพูดเล่นกับเพื่อนๆน้อยลง ผมอยู่กับความคิดของตนเอง และพยายามหาคำตอบให้กับตัวเองกับเรื่องราวกว่าแปดเดือนที่ผ่านมา เพื่อนสนิทไม่กี่คนที่เป็นเด็กเรียนเหมือนกันเอาใจช่วยผมห่างๆ นักเรียนส่วนใหญ่ถือว่าธุระไม่ใช่ แต่มีบางคนแอบสมน้ำหน้าและถือโอกาสเหยียบย่ำซ้ำเติม นี่เป็นครั้งแรกที่ผมที่ได้สัมผัสความจริงของ"คน"ที่แตกต่างและหลากหลาย

แรกๆเด็กเกเรสูงโย่งคนนี้แค่เขี่ยปากกาเบาๆจึงไม่มีรอยชัดบนเสื้อนักเรียนผมเท่าไรนัก ผมพยายามนิ่งและข่มกลั้นเพราะไม่อยากมีเรื่อง แต่วันต่อมาเขายิ่งหนักข้อมากขึ้นทุกที จนผมอดรนทนไม่ได้ต้องออกปากเตือนเขาอย่างไม่เกรงใจอีกต่อไปแล้ว เขารู้สึกเสียหน้ามากเพราะถูกผมต่อว่าต่อหน้าคนทั้งห้อง เขาชี้หน้าผมแล้วกล่าวคำอาฆาตว่า "เดี๋ยวมึงโดนดีแน่"

พอพักเที่ยง ขณะที่ผมยังอยู่ในห้องเรียนและมีคนอื่นอยู่ประปราย จู่ๆ เขาก็วิ่งเข้ามาใส่ผมแล้วต่อยหมัดขวาเข้าใส่ใบหน้าผมทันทีโดยผมไม่ทันตั้งตัว แม้ผมจะโดนต่อยหน้าเข้าที่เบ้าตาขวาอย่างจังหนึ่งหมัด แต่ผมยังสามารถใช้เท้าหลังยันพื้นทรงตัวอยู่ได้ เขาผู้มีรูปร่างสูงโย่งกว่าผมปราดเข้ามาต่อยผมซ้ำอีกทีหวังเผด็จศึก
คราวนี้ผมเตรียมตัวอยู่แล้ว ผมยกแขนซ้ายขึ้นกันหมัดที่เขาระดมต่อยใส่ผม ขณะเดียวกันผมก็ใช้หมัดทะลวงใส้โดยหมัดขวาของผมอัดไปที่บริเวณท้องน้อยของเขาอย่างไม่ยั้งหลายหมัดติดต่อกันเช่นกัน แบบว่าต่างคนต่างปักหลักแลกหมัดกันจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะล้มลงก่อน

บริเวณท้องน้อยเป็นจุดสำคัญในร่างกายมนุษย์ ขณะที่ผมสามารถปิดป้องหมัดอื่นๆของเขาได้หมด หลังจากโดนผมต่อยหมัดทะลวงใส้เข้าไปที่ท้องน้อยเพียงสี่ห้าหมัด ร่างของอันธพาลผู้นั้นก็ค่อยๆทรุดลงกับพื้นคุกเข่าต่อหน้าผม

ผมหายใจหอบถี่ๆ พร้อมกับพูดกับเขาว่า

"พอได้หรือยัง" ผมเป็นคนให้โอกาสคนเสมอ ขณะที่คนอื่นในห้องเชียร์ให้ผมอัดเขาต่อให้สาสม ผมแค่เดินออกจากห้องเรียนไปเงียบๆราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมคิดว่าการทะเลาะบาดหมางใจกันในหมู่วัยรุ่นผู้ชายเป็นเรื่องปกติ การชกต่อยกันเพื่อแก้ความขัดแย้งก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่คนเราต้องมีเลือดนักสู้และเป็นคนสู้คน ไม่ว่าจะต้องสู้ในเงื่อนไขที่เสียเปรียบหรือถูกเอาเปรียบเพียงใดก็ตาม

 

หนึ่งเดือนหลังจากนั้น หลังจากครุ่นคิดด้วยตนเองมาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม เวลาที่ผมต้องจากสำนักคาราเต้ก็มาถึง ขณะนั้นเป็นช่วงปลายปีของชั้นม.ศ. 2 ของผม ก่อนหน้านี้ เพื่อนๆของผมที่เรียนคาราเต้มาด้วยกันค่อยๆทยอยลาออกจากสำนักทีละคน

สำนักคาราเต้ที่เคยคึกคักมีเด็กมาเรียนเกือบ 80 คนในตอนเปิดสำนักใหม่ๆ ผ่านไปแค่เก้าเดือน เหลือลูกศิษย์ในสำนักไม่ถึงสิบคน แม้แต่กลุ่มอดีต"ศิษย์รัก"ของท่านอาจารย์ก็ยังลาออกไปหมดแล้ว จนในที่สุดเหลือผมกับเพื่อนรุ่นน้องอีกคนแค่สองคนเท่านั้น

วันที่ผมตัดสินใจลาออก ผมเข้าไปหาอาจารย์เพื่อร่ำลาหลังเลิกเรียน บรรยากาศในสำนักดูหดหู่ไม่เหมือนแต่ก่อน ชุดคาราเต้คู่ใจที่เปื้อนเหงื่อไคลของผมเป็นเวลาเก้าเดือนเต็ม ผมวางไว้ที่นั่นไม่อาไปด้วย ผมต้องใจแข็งและต้องแข็งใจตัดขาดจากศิลปะการต่อสู้ที่ผมรักและทุ่มเท

ผมรู้แก่ใจตนเองว่า ช่วงเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา มรรคาบู๊ (武道) ได้เปลี่ยนแปลงผมจากข้างในไปอย่างสิ้นเชิง ตัวตนใหม่ของผมเกิดขึ้นมาแล้วแม้ในวัยแค่สิบสี่และมันจะอยู่กับผมไปชั่วชีวิต ช่วงเวลา 9 เดือนที่ผมทุ่มเทฝึกฝนคาราเต้เป็นช่วงเวลาแห่งประสบการณ์ที่เข้มข้นที่สุด จริงจังที่สุดตั้งแต่ผมเกิดมา ผมเหมือนเหล็กธรรมดาที่ถูกหลอมตี ถูกกระหน่ำตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยช่างตีเหล็กจนอุปนิสัยใจคอเริ่มกลายเป็นเหล็กกล้า

ท่านอาจารย์ได้พยายามพูดยับยั้งผมอยู่นานเหมือนกัน

"เธอลืมความทระนงของเธอไปแล้วรึ สุวินัย"

"เปล่าครับ อาจารย์" ผมบอกกับท่านสั้นๆ แล้วปิดปากเงียบสนิท

แต่ผมกลับบอกท่านในใจอย่างราชสีห์คำรามว่า

"อาจารย์ครับ มันสายไปเสียแล้วครับ เพราะใจผมเริ่มหันเหไปสู่สิ่งท้าทายอันใหม่แล้วครับ ในปีหน้าผมจะมุ่งมั่นเตรียมสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาให้ได้ ผมจะใช้จิตใจต่อสู้ที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆที่ผมได้รับจากการฝึกคาราเต้นี้ไปใช้กับคู่ต่อสู้รายใหม่ของผมที่ไม่ใช่คนด้วยกันอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการเรียนหนังสือครับ"

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง