ผู้กระจ่างที่เวียนกลับมาเป็นนักรบอีกครั้ง : สุวินัย ภรณวลัย

ข่าว
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
ผู้กระจ่างที่เวียนกลับมาเป็นนักรบอีกครั้ง : สุวินัย ภรณวลัย

ชีวิตทางจิตวิญญาณของคนเรามิได้เป็นเส้นตรง 
จากล่างขึ้นบน จากมืดเป็นสว่าง ไต่ขึ้นเคลื่อนที่ไปทิศทางเดียวเสมอไป

แม้เราพอจะบอกได้ในภาพใหญ่ว่า เทรนด์หลักในชีวิตทางจิตวิญญาณของเราตอนนี้เป็นเทรนด์ขึ้น หรือเทรนด์ลง หรือกำลังย่ำอยู่กับที่ออกข้างแบบไซด์เวย์ (sideway) ในเชิงจิตวิญญาณอยู่ก็ตาม

บ่อยครั้งที่เส้นทางชีวิตทางจิตวิญญาณของคนเรา มันเหมือนวนเวียนเป็นวงมาบรรจบอยู่ที่เดิม
แต่ในระดับที่สูงกว่าเดิม ซ้อนกันเป็นเกลียว กลับไปกลับมาอยู่เช่นนี้ 
เหมือนอยู่ที่เดิมแต่คือที่ใหม่ เหมือนไม่ไปไหนแต่ไกลจากเดิม

พอรู้ตัวอีกที ผมก็กลับมาเป็น "นักรบ" อีกครั้ง หลังจากที่ตัวเองกำลังเริ่มเดินบนเส้นทางของ "ผู้กระจ่าง"ได้พักใหญ่ในฐานะที่เป็นครูกรรมฐาน

ใจน้ำที่อยู่ใต้ทะเลหนึ่งร้อยลี้ของพญามังกร ย่อมสำเหนียกความกระเพื่อมไหวของเปลือกธรณีที่ข้างใต้กำลังระอุด้วยธารร้อนเดือดรอวันระเบิดครั้งใหญ่ในอนาคตอันใกล้ ในปี 2020 จิตแห่งญาณสัมผัสจึงปลุกฟื้นตัวตนของมังกรจักรวาลให้กลับมาอีกครา

 

ในมุมมองเชิงวิวัฒนาการทางจิตจากปรัชญานักรบ คนเราจะมีระดับการพัฒนาอยู่ 3 ระดับด้วยกันจากต่ำไปสูง ระดับแรกคือ การเป็นนักล่า ระดับที่สองคือ การเป็นนักรบ และระดับที่สามคือ การเป็นผู้กระจ่าง

(1) จิตในระดับนักล่า 
เป็นระดับจิตของผู้ที่มุ่งทำลายความซ้ำซากจำเจในชีวิต ซึ่งทำให้ตัวเขากลายเป็นเหยื่อที่ถูกล่า ซึ่งเป็นระดับจิตของคนส่วนใหญ่
คนส่วนใหญ่มีระดับจิตของเหยื่อที่ถูกล่า ขณะที่นักล่าเป็นระดับจิตของคนที่ล่าความสำเร็จ ไม่ว่าในรูปชื่อเสียง ความมั่งคั่งหรืออำนาจ คนที่ทำได้สำเร็จคือ นักล่า

แต่ระดับจิตของนักล่าก็ยังไม่ใช่ระดับจิตเดียวกับระดับจิตของนักรบ นักล่าต่อให้เก่งกาจปานใด ก็ยังเป็นนักล่า มิใช่นักรบ
นักล่ากับนักรบต่างกันตรงไหน ?

(2) จิตในระดับนักรบ
นักล่านั้นล่าเป้าหมายแทบทุกอย่างที่เป็นวัตถุภายนอก ส่วนนักรบนั้นล่าพลังอย่างเดียวเท่านั้น นักล่าไม่เคยใส่ใจ ไม่เคยสนใจในเรื่องพลังและมณฑลแห่งพลัง
แต่นักรบจะมุ่งแสวงหาพลังและหนทางที่จะเข้าสู่มณฑลแห่งพลังเท่านั้น

การเป็นนักรบหรือไม่จึงไม่ใช่เรื่องของการอวดอ้างตีขลุม ข้อตัดสินว่าใครเป็นนักรบหรือไม่จึงไม่ได้อยู่ในอำนาจการแต่งตั้งของผู้ใดทั้งสิ้น แต่อยู่ที่ตัวมณฑลแห่งพลังเองต่างหาก ใครก็ตามที่เข้าถึงพลังได้ จนตัวเขากลายเป็นมณฑลแห่งพลังได้ เขาผู้นั้นก็คือนักรบ ไม่ว่าผู้อื่นหรือสังคมจะมองเขาเป็นอื่นก็ตาม

นักรบคือผู้ล่าพลัง และเป็นนักล่าที่สมบูรณ์แบบที่สุด ในความหมายที่ตัวเขาไม่แปดเปื้อน หลงงมงายอยู่กับวัตถุภายนอกเหมือนนักล่าทั่วไป และเมื่อใดก็ตามที่นักรบล่าพลังได้สำเร็จ เขาก็จะกลายเป็นผู้กระจ่าง

(3) จิตในระดับผู้กระจ่าง

ผู้กระจ่างคือ อดีตนักรบที่ถอดถอนตัวตน และสลายตัวตนแห่งนักรบของตนออกไป
ผู้กระจ่างได้ก้าวข้ามการล่าความสำเร็จภายนอกของนักล่าและการล่าพลังของนักรบ แล้วหลอมรวมอยู่ในตัวตนแห่งผู้กระจ่างซึ่งเป็นตัวตนล่าสุดของเขาแทน

ผู้กระจ่างคือผู้ที่เลือกอยู่กับความตื่นรู้ ความรู้สึกตัว ความรู้ตัว มากกว่าอยู่กับความคิด หรืออยู่กับพลัง(ปราณ) เป็นหลักในชีวิตประจำวันของเขา
การหมั่นรู้ทันความคิด แลเห็นความคิด และออกจากความคิดได้บ่อยๆ จนสามารถเข้าถึงความว่างของจิตได้อย่างเป็นไปเองคือคุณสมบัติที่สำคัญของผู้กระจ่าง

เนื่องจากผู้กระจ่างคือผู้ที่เคยเป็นนักล่าที่เยี่ยมยอด และเคยเป็นนักรบขั้นสุดยอดมาก่อน เขาจึงเป็นผู้กระจ่างที่สมบูรณ์พร้อมและสมบูรณ์แบบที่สุด

จิตในระดับผู้เป็นเหยื่อ ยากที่จะกระโดดข้ามขั้นมาเป็นผู้กระจ่างได้เลย และผู้กระจ่างที่บกพร่องคือผู้ที่เคยเป็นนักล่าที่ล้มเหลวมาก่อน หรือขาดความสมบูรณ์พร้อมตอนที่เป็นนักรบ

ขัอตัดสินว่าใครเป็นผู้กระจ่างหรือไม่ อยู่ที่ตัวผู้นั้นว่าสามารถลุถึง เข้าถึงกรรมฐานแห่งการเป็นผู้กระจ่างของเขาด้วยตัวเองได้หรือยัง และสามารถถ่ายทอดคำสอนจากจิตสู่จิตให้แก่ผู้อื่นที่มีบุญสัมพันธ์กันได้หรือไม่

**********


"ถ้ำคอนเทนเนอร์" ในสวนมังกรฟ้า กรุงเทพฯ ปกติที่เป็นสถานที่ที่ตัวผมใช้ถ่ายทอด กรรมฐานเนตรฟ้า (天目禅) แบบเซนเร้นลับของผมให้แก่คนจำนวนน้อยนิดที่มีวาสนาและมีบุญสัมพันธ์กับผม ไม่ว่ามาเจอกันแค่ครั้งเดียวแบบเซนที่ผ่านพบไม่ผูกพัน หรือมาฝึกฝนร่วมกับผมแบบต่อเนื่องไม่ขาดตอนในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมมังกรก็ตาม

แต่หลังจากนี้ เมื่อผมฝึกฝนตนเองในตู้คอนเทนเนอร์นี้เพียงลำพังราวกับเข้าไปฝึกตนเองในถ้ำ ผมจึงเริ่มกลับมาฝึกวิดฟื้นในท่าหกสูงเป็นประจำอีกครั้งเหมือนตอนวัยฉกรรจ์

 

สลับกับทำศรีษะอาสนะ และฝึกลมปราณกรรมฐานสลับกับการเจริญสมาธิวิปัสสนา พอออกจากสมาธิ ก็มาฝึกเดินจงกรมแบบเต๋า วันทั้งวันของผมวนเวียนอยู่กับการฝึกฝนตนเองสลับไปมาแบบนี้ ถ้าไม่ออกไปไหน

การหวนคืนสู่ความฉกรรจ์ในทุกๆมิติในวัยชราตอนนี้ของผมคือ เงื่อนไขที่จำเป็นที่สุดถ้าผมต้องกลับมาทำภารกิจแบบมังกรจักรวาลอีกครั้งในช่วงต้นปี 2020

 

 

 

ติดตามอ่านตอนอื่นๆ ของบทความพิเศษ "อหังการแห่งชีวิตห้าวทางจิตวิญญาณของมังกร"  ได้ที่ 

รวมตอนที่ 1-5 : อหังการแห่งชีวิตห้าวทางจิตวิญญาณของมังกร

ตอนที่ 6 : ปริศนาธรรมว่าด้วย "ฟ้าดินล่มสลายแล้ว" กับมังกรชรา


 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง