tnews_1485946097_7130.jpg

ครูบาศรีวิชัย พระโพธิสัตว์ผู้ได้รับพุทธพยากรณ์ เปิดบทสนทนา ตนบุญแห่งล้านนาปฏิเสธธุดงค์ร่วมกับหลวงปู่มั่น

ติดตามเรื่องราวดีๆได้ที่ http://www.partiharn.com/
กลุ่มข่าว /




 

 

ครูบาศรีวิชัยพบหลวงปู่มั่น

ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตท่านพระอาจารย์ใหญ่แห่งสายวิปัสนากัมมัฏฐานได้เคยพำนักอยู่วัดเจดีย์หลวง ร่วมสมัยกับพระเดชพระคุณพระอุบาลี (จันทร์)ระหว่างปี ๒๔๗๒-๒๔๗๔ ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่พระครูบาศรีวิชัย พระนักบุญแห่งล้านนาไทยขึ้นมาพำนักอยู่ที่วัดสวนดอก เมืองเชียงใหม่ เพื่อฟื้นฟูบูรณะวัดวาอารามพระธาตุเจดีย์ ปูชนียสถานต่างๆ ในเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพด้วย

พระครูบาศรีวิชัยแม้องค์ท่านจะไม่มีฐานันดรสมณศักดิ์ แต่ท่านก็เป็นพระมหาเถระสมบูรณ์พร้อมด้วยคุณธรรมและวัตรปฏิบัติอันประเสริฐยิ่ง มีบารมีสูงสุด จนคนเหนือยกย่องให้เป็น“ตนบุญ” หรือ“นักบุญแห่งล้านนาไทย” พระครูบาศรีวิชัยได้เข้ามากราบนมัสการ “ท่านเจ้าคุณอุบาลี วัดเจดีย์หลวง” ถึง๒ ครั้ง และพระเดชพระคุณก็มีโอกาสไปเยี่ยมพระครูบาศรีวิชัยเป็นการตอบแทน ก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ



พระอาจารย์มั่นนั้นเคยพบและสนทนาธรรมกับพระครูบาศรีวิชัยหลังจากที่พระครูบาศรีวิชัยถูกอธิกรณ์แล้ว
ท่านอาจารย์มั่นเคยออกปากชวนพระครูบาศรีวิชัยออกมาปฏิบัติกัมมัฏฐานด้วยกัน

หลวงปู่มั่นท่านกล่าวชวนครูบาศรีวิชัยว่า "มาปฏิบัติกับผมไหม" ครูบาศรีวิชัยตอบว่า "ผมไปไม่ได้ ผมได้รับพุทธทำนายแล้ว"

นั่นหมายความว่าท่านปรารถนาพุทธภูมิ และความปรารถนานั้นจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว เพราะได้รับการทำนายจากพระพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่งแล้ว ในอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นท่านมีแต่จะต้องบำเพ็ญบารมีต่อไปจนเต็มภูมิ ซึ่งการบำเพ็ญของท่านก็มักจะมีภูมิลึกลับคอยช่วยเสมอๆ

ต่อมาพระเดชพระคุณพระอุบาลีสนใจใคร่รู้ถึงภูมิธรรมและปฏิปทาตามวิถีทางที่พระครูบาศรีวิชัยดำเนินอยู่
จึงได้สอบถามพระอาจารย์มั่น ซึ่งท่านได้กราบเรียนพระเดชพระคุณให้ทราบว่า

“พระศรีวิชัยองค์นี้เป็นพระโพธสัตว์ ปรารถนาพระโพธิญาณ ขณะนี้กำลังบำเพ็ญเพียรสร้างสมบารมีอยู่
ซึ่งต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารอีกนาน จนกว่าการสั่งสมบารมีธรรมจะบริบูรณ์”



ส่วนองค์หลวงปู่มั่นเองตามประวัติที่เขียนโดย หลวงตามหาบัว ท่านกล่าวว่าหลวงปู่มั่นในช่วงปฏิบัติช่วงหนึ่งเกิดติดขัด ไปต่อไม่ได้ จิตอาลัยอาวรณ์ กล่าวคือ ท่านก็ปรารถนาพุทธภูมิเช่นกัน แต่ท่านอธิฐานละพุทธภูมินั้นเสีย และขอรวมบารมีที่ได้สั่งสมไว้ดีแล้วนั้น ถ้าเต็มบารมีสาวกภูมิก็ขอให้บรรลุมรรคผลนิพพานในชาตินี้ (เพราะท่านเจริญสมาธิจนรู้ได้ ว่าท่านเคยเกิดเป็นสุนัขอยู่ ๕๐๐ชาติ เกิดสลดสังเวช ไม่อยากเกิดอีกแล้ว)

หลังจากอธิษฐานละแล้วการปฏิบัติก็ก้าวหน้าเป็นลำดับ ท่านหลวงตามหาบัวได้แสดงความเห็นแทรกไว้ว่า การที่ท่านละได้นั้น เพราะความปรารถนาท่านยังไม่ถึงขั้น พุทธทำนายจึงยังมีโอกาสละและประมวลบารมีทั้งหมดให้มามีผลในปัจจุบันได้ เมื่อสำเร็จสาวกภูมิในชาตินี้แล้ว ความรู้อันเป็นของพุทธภูมิ หรืออุปนิสัยความสามารถในทางพุทธภูมิ คือการถ่ายทอดสอนคนอื่นต่อ จึงมีความสามารถมากรู้ แยกแยะสอนสั่งผู้อื่นได้ชำนาญ

ข้อมูลจากหนังสือ : สืบสายพระโพธิญาณ สานปณิธานพระโพธิสัตว์ โดย ทิพยจักร

ข่าวโดย : ไญยิกา เมืองจำนงค์ (ทีมข่าว ปัญญาญาณทีนิวส์)













ข่าวที่เกี่ยวข้อง